5 ที่พักแนะนำริมแม่น้ำแคว กาญจนบุรี

By KV ● 10 ธันวาคม เวลา 2559 น.

 

ปลายฝนต้นหนาวเป็นอีกช่วงที่เหมาะกับการไปสัมผัสธรรมชาติซึ่งแต่ละคนก็มีการวางแผนที่จะเดินทางไปหาแรงบันดานใจใหม่ๆ หรือเติมพลังให้ชีวิต จังหวัดกาญจนบุรีเป็นอีกหนึ่งที่ ที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่สวยงามบรรยากาศดีเพราะมีทั้งภูเขาและแม่น้ำ ลำน้ำแควน้อยเป็นอีกหนึ่งสายน้ำของจังหวัดนี้ที่อยากให้ลองไปสัมผัสกัน โดยมีที่พักและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ Metro-Society ได้ไปสำรวจและขอมาแนะนำ 5 ที่พักใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ

 

1. หินตก ริเวอร์แคมป์ ณ ช่องเขาขาด (Hintok River Camp @ Hellfire Pass) 

 

ขอเริ่มจากต้นน้ำกันก่อนที่แรกคือ หินตกริเวอร์แคมป์ ที่พักรูปแบบใหม่สไตล์แกลมป์ปิ้ง(Glamping) มาจากคำว่า Glamorous+Camping เหมาะสำหรับคนที่ชอบที่พักสไตล์แคมปิ้งไกล้ชิดธรรมชาติแต่ยังมีความสะดวกสบาย ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการท่องเที่ยวแถบซาฟารีในทวีปแอฟริกา

 

 

 

ที่พักจะเป็นเต็นท์ผ้าใบสองชั้นบนโครงสร้างไม้ยกสูงจากพื้น  เป็นข้อดีสำหรับคนกลัวเรื่องสัตว์ต่างๆ จะเข้ามารบกวน สามารถนอนแบบเปิดผาใบ1ชั้นรับอากาศภายนอกได้หรือปิดสนิท2ชั้นเพื่อเปิดแอร์ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนที่พักทั่วไปตามปกติ (ไม่ต้องกลัวลำบาก) มีห้องน้ำในตัว เครื่องทำน้ำอุ่น

 

 

 

เสน่ห์ของที่นี่อีกอย่างคือแคมป์ไฟ ทุกคนที่เข้าพักจะมาทานอาหารมื้อเย็นในบรรยากาศรอบกองไฟให้อารมณ์การมาแคปปิ้งจริงๆ มีทั้งอาหารไทยหรือบาร์บีคิวแบบสากล นั่งชิวกับอากาศเย็นสบายนั่งเพลินจนลืมเวลาเลยทีเดียว

www.HintokRiverCamp.com/th

https://www.facebook.com/hintokrivercamp/

 

 


 2. โฮมพุเตยรีสอร์ท (Home Phutoey River Kwai Resort)

 

 

โฮมพุเตย  รีสอร์ทที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น ห้องพักของที่นี่ตกแต่งด้วยไม้สักสไตล์ Boutique Log Cabin Home แต่ทีเด็ดคือสระน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ให้คุณแช่ตัวและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศรอบๆ อย่างทะเลสาบน้ำจืดที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง มีทั้งแบบอุ่น แบบร้อน แช่ตัว หรือแช่เท้า เลือกได้ตามชอบ

 

 

 

อีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาพักคือกิจกรรม Tree Top Adventure Park การผจญภัยบนต้นไม้สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย มั่นใจได้กับระบบความปลอดภัยมาตรฐานสูงจากฝรั่งเศส (แอบกระซิบว่า Tree Top ที่นี่ปลอดภัยกว่าสาขาอื่นในเมืองไทย) เพราะมีตัวล็อคแบบพิเศษเพิ่มเติมขึ้นมา

 

 

มีฐานให้เล่นถึง40ฐาน ไฮไลท์สุดคือ การโหนซิปไลน์ (Zipline) ที่จะพาคุณข้ามทะเลสาบด้วยความยาว 185 เมตร เลือกเล่นได้ทั้งแบบ Full Course หรือ Haft Course สำหรับคนที่พึ่งจะเคยเล่นครั้งแรกมีการสอนการใช้งานอุปกรณ์และสอนการเล่นก่อนเล่นจริง

www.HomePhutoeyRiverKwai.com/th

www.facebook.com/HomePhutoeyResort

 

 


  3. เรือนแพริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์ (River Kwai Jungle Raft)

 

มาถึงที่พักบนน้ำกันบ้างกับเรือนแพ ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์ สัมผัสความสงบใช้ชีวิตบนแม่น้ำแควน้อยด้วยคอนเซปต์ Back to Nature การพักผ่อนแบบสไลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้า (สัญญานโทรศัพท์มีเล็กน้อยในบางเครือข่าย) จึงเหมาะกับคนที่ต้องการผักผ่อนอย่างแท้จริง คุณสามารถกระโดดเล่นน้ำได้จากหน้าเรือนแพของตัวเองได้เลยโดยมีชูชีพให้บริการสำหรับทุกคนที่เข้าพัก 

 

 

มื้อเย็นคุณจะได้ทานอาหารใต้แสงตะเกียงพร้อมการแสดงระบำมอญ เนื่องจากที่นี่อยู่ไกล้กับหมู่บ้านของชาวมอญกลางวันสามารถเดินไปวัดและชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวมอญได้อีกด้วย 

 

 

 

ตกกลางคืนขอบอกว่าบรรยากาศของที่นี่ดีมากโรแมนติกสุดๆ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นดาวได้ชัดเจนสามารถนอนนับกันได้ทั้งคืนเลยทีเดียว คุ้มค่ากับการนั่งเรือเข้ามาพัก  สมกับที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 4 โรงแรมลอยน้ำที่ดีที่สุดในโลก

www.riverkwaijunglerafts.com/th

www.facebook.com/riverkwaijunglerafts/

 

 


 4. เดอะโฟลทเฮ้าท์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท ( The FloatHouse River Kwai Resort )

 

วิลล่าลอยน้ำ คอนเซปท์ที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา ศิลปะ และธรรมชาติได้อย่างลงตัว (พูดง่ายๆคือเหมือนเป็น ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์ อัปเกรดเพิ่มความหรูหราและสะดวกสบายขึ้น) ห้องพักเป็นเรือนแพในรูปแบบวิลล่า มีแอร์ อินเตอร์เน็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พื้นที่กว้าง 90 ตารางเมตร

 

 

ทุกหลังสร้างจากไม้จริงและมีระเบียงส่วนตัว ห้องน้ำภายในวิลล่าเป็นการดึงธรรมชาติรอบตัวมาออกแบบให้มีความรู้สึกเสมือนอาบน้ำท่ามกลางธรรมชาติ โดยใช้ Rain Shower ในห้องน้ำที่ดีไซน์ในรูปแบบกึ่งเอาท์ดอร์ ซึ่งที่นี่เหมาะกับที่คนชื่นชอบธรรมชาติแต่ยังรักความสะดวกสบาย 

 

 

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมทั้งทางบกและทางน้ำ สำหรับทางบกด้านหลังของรีสอร์ทยังเป็นเส้นทางสำรวจธรรมชาติเสมือนเดินเข้าไปในป่า เพื่อไปเที่ยวชมถ้ำละว้า (ถ้ำหินงอกหินย้อย)  ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค หรือจะขี่จักรยานเสือภูเขาชมสวนผลไม้ก็สนุกไปอีกแบบ ส่วนทางน้ำสามารถ พายเรือแคนู ลอยคอเล่นน้ำในแม่น้ำ การล่องแพไม้ไผ่ รับรองว่ากิจกรรมเยอะจนรู้ตัวอีกทีก็หมดวันกันแล้วครับ

www.thefloathouseriverkwai.com/th

https://www.facebook.com/TheFloatHouse/

 

 


 5.ริเวอร์แคว รีโซเทล รีสอร์ท ( River Kwai Resotel )

 

ที่สุดท้ายคือรีสอร์ทบูติคที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาเขียวขจีกลางป่าริมเเม่น้ำเเควน้อย ห้อมล้อมด้วยพรรณไม้นานาชนิดทำให้บรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการเสพความร่มรื่นและใช้เวลาในช่วงวันหยุดไปกับต้นไม้และธรรมชาติ ด้วยการดีไซน์และรูปแบบบ้านพักส่วนตัวในแต่ละหลังถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับต้นไม้ที่อยู่ภายในรีสอร์ท

 

 

รีสอร์ทตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำแควน้อย ทำให้คนที่มาพักจะได้พบกับบรรยากาศ 2 แบบได้ในที่เดียวและด้วยแนวคิดการออกแบบที่ต้องการกลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ การดีไซน์ห้องพักจึงเป็นลักษณะการตกแต่งภายในแบบป่า (Jungle Setting) โดยได้ใส่สิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้ได้อย่างตรงคอนเซปต์

 

 

กิจกรรมก็จะคล้ายกับที่อื่นๆ แต่มีสวนปาล์มที่รวบรวมหลากหลายสายพันธุ์ปาล์มให้เดิมชม รวมไปถึงสวนผลไม้นานาชาติบริเวณด้านหลังรีสอร์ทซึ่งสามารถขี่จักรยานชมสวนได้ชิวๆอีกด้วย จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คืออาหารอร่อยมากครับ  แกงส้มที่ใช้น้ำพริกแกงใต้ ลาบปลาทูน่าที่ไม่ใช่ลาบที่ใส่ข้าวคั่วแบบทั่วไป แต่เป็นลาบที่คล้ายยำมากกว่ามีสมุนไพรต่างๆ ออกแนวคล้ายยำปลาดุกฟูผสมเครื่องเมี่ยงคำ ถ้ามีโอกาสอยากให้แวะไปทานอาหารที่นี่กันซักมื้อนะครับ

www.riverkwairesotel.net/th

www.facebook.com/RiverKwaiResotel

 

 

หาเวลาและถามตัวเองดูนะครับ ว่าคุณชอบเที่ยวแบบไหน พักที่พักแบบไหน และลองเลือกกาญจนบุรีเป็นตัวเลือกหนึ่งในนั้น ผมคิดว่าจังหวัดและลำน้ำแควนี้เป็นอีกที่ที่มีเสน่ห์ในตัวเองสูง มีที่พักและกิจกรรมหลากหลายให้เลือกตามไฟล์สไตล์ของแต่ละคน และบอกได้เลยว่าภาพที่คุณเห็นในบทความนี้ไม่หลอกหลวงหรือสวยเวอร์เกินจริง (แบบบางที่ที่รูปกับสถานที่จริงต่างกันราวฟ้ากับเหว) เพราะคนเขียนไปสัมผัสมาแล้วทั้ง5ที่ ของจริงสวยงามไม่แพ้ในรูปเลยครับ รับรองไม่ผิดหวัง ใครได้มาก็จะติดใจอยากกลับไปอีก เพราะผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน

 

 

TAGSFood&TravelOutgoingKanchanaburi